สวัสดีครับทุกท่าน มาพบกับบทวิเคราะห์คู่สกุลเงิน EUR/USD GBP/USD และ XAU/USD ประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ในระหว่างวันที่ 24 - 218กุมภาพันธ์ 2568
EUR/USD “ยูโร เทียบกับ ดอลลาร์สหรัฐ”

การวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน
เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อ EUR/USD ในสัปดาห์นี้
ข้อมูลเศรษฐกิจยุโรป
- ดัชนี IFO Business Climate ของเยอรมนี (Germany IFO Business Climate) (24 กุมภาพันธ์) : หากดัชนีออกมาดี แสดงถึงความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ดีขึ้นในเยอรมนี ซึ่งอาจหนุนค่าเงินยูโร (Bullish EUR/USD) หากตัวเลขต่ำกว่าคาด อาจสะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจเยอรมนี และกดดันค่าเงินยูโร (Bearish EUR/USD)
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน (Eurozone Consumer Confidence Index) (25 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง แสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีขึ้น ซึ่งอาจหนุนค่าเงินยูโร (Bullish EUR/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ แสดงถึงความกังวลต่อเศรษฐกิจ ซึ่งอาจกดดันค่าเงินยูโร (Bearish EUR/USD)
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี (Germany CPI) (26 กุมภาพันธ์) : หากอัตราเงินเฟ้อของเยอรมนียังสูง อาจเพิ่มแรงกดดันให้ ECB คงนโยบายการเงินแบบเข้มงวด ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อยูโร (Bullish EUR/USD) หาก CPI ลดลง อาจทำให้ ECB มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น ซึ่งอาจกดดันค่าเงินยูโร (Bearish EUR/USD)
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน (Eurozone CPI) (27 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขเงินเฟ้อสูงกว่าคาด อาจทำให้ ECB คงดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งอาจช่วยหนุนค่าเงินยูโร (Bullish EUR/USD) หากเงินเฟ้อชะลอตัว อาจเพิ่มโอกาสที่ ECB จะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบต่อยูโร (Bearish EUR/USD)
- ดัชนี PMI ภาคการผลิตของยูโรโซน (Eurozone Manufacturing PMI) (28 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง แสดงถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมในยุโรป ซึ่งอาจหนุนค่าเงินยูโร (Bullish EUR/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจสะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน และเป็นปัจจัยลบต่อยูโร (Bearish EUR/USD)
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ (U.S. New Home Sales) (25 กุมภาพันธ์) : หากยอดขายบ้านออกมาสูง แสดงถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดัน EUR/USD (Bearish EUR/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจเพิ่มความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และหนุนค่าเงินยูโร (Bullish EUR/USD)
- ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ (U.S. Durable Goods Orders) (26 กุมภาพันธ์) : หากยอดสั่งซื้อสูงกว่าคาด อาจสะท้อนถึงการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ซึ่งอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดัน EUR/USD (Bearish EUR/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจเป็นสัญญาณของการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และหนุนค่าเงินยูโร (Bullish EUR/USD)
- ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (U.S. Initial Jobless Claims) (27 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาต่ำ แสดงว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์และกดดัน EUR/USD (Bearish EUR/USD) หากตัวเลขออกมาสูง อาจสะท้อนถึงการชะลอตัวของตลาดแรงงาน และเป็นปัจจัยบวกต่อยูโร (Bullish EUR/USD)
- GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ (U.S. 4Q24 GDP) (28 กุมภาพันธ์) : หาก GDP ขยายตัวสูงกว่าคาด อาจสะท้อนถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์และกดดัน EUR/USD (Bearish EUR/USD) หาก GDP ต่ำกว่าคาด อาจเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และช่วยหนุนค่าเงินยูโร (Bullish EUR/USD)
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ราคาปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1.05500 แล้วถูกปฏิเสธกลับลงมา คาดว่าอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway ใหญ่ตามเดิม โดยมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับย่อยที่บริเวณ 1.04200 อีกครั้ง สามารถเฝ้ารอดูสัญญาณ Price Action ฝั่งซื้อในโซนนี้ เพื่อพิจารณาเปิดตำแหน่ง Buy และลุ้นให้ราคาทะลุแนวต้านและปรับตัวขึ้นต่อไป
GBP/USD “ปอนด์อังกฤษ เทียบกับ ดอลลาร์สหรัฐ”

การวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน
เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อ GBP/USD ในสัปดาห์นี้
ข้อมูลเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค GfK ของสหราชอาณาจักร (U.K. Consumer Confidence Index) (25 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง แสดงถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งอาจหนุนค่าเงินปอนด์ (Bullish GBP/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และกดดันค่าเงินปอนด์ (Bearish GBP/USD)
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหราชอาณาจักร (U.K. CPI) (26 กุมภาพันธ์) : หากเงินเฟ้อออกมาสูง อาจทำให้ BoE มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GBP (Bullish GBP/USD) หากตัวเลขเงินเฟ้อลดลง อาจเพิ่มโอกาสให้ BoE ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อ GBP (Bearish GBP/USD)
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหราชอาณาจักร (U.K. CPI) (27 กุมภาพันธ์) : หากเงินเฟ้อยังสูง อาจเพิ่มแรงกดดันให้ BoE คงอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GBP (Bullish GBP/USD) หากเงินเฟ้อลดลง อาจเพิ่มโอกาสให้ BoE ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อ GBP (Bearish GBP/USD)
- ดัชนี PMI ภาคการผลิตของอังกฤษ (U.K. Manufacturing PMI) (28 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง แสดงถึงภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อ GBP (Bullish GBP/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และกดดันค่าเงินปอนด์ (Bearish GBP/USD)
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ (U.S. New Home Sales) (25 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง แสดงถึงความแข็งแกร่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ซึ่งอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดัน GBP/USD (Bearish GBP/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจสะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และหนุนค่าเงินปอนด์ (Bullish GBP/USD)
- ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ (U.S. Durable Goods Orders) (26 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง แสดงถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดัน GBP/USD (Bearish GBP/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจสะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเป็นปัจจัยบวกต่อ GBP/USD (Bullish GBP/USD)
- ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (U.S. Initial Jobless Claims) (27 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาต่ำ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์และกดดัน GBP/USD (Bearish GBP/USD) หากตัวเลขออกมาสูง อาจสะท้อนถึงการอ่อนแอของตลาดแรงงาน ซึ่งอาจช่วยหนุน GBP/USD (Bullish GBP/USD)
- GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ (U.S. 4Q24 GDP) (28 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลข GDP ออกมาสูง อาจสะท้อนถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์และกดดัน GBP/USD (Bearish GBP/USD) หากตัวเลข GDP ต่ำกว่าคาด อาจสะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และช่วยหนุนค่าเงินปอนด์ (Bullish GBP/USD)
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ราคากำลังขยับตัวขึ้นตาม Trend Line ขาขึ้น แต่คาดว่าอาจปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 1.25500 ก่อนปรับขึ้นต่อ
แนะนำให้เฝ้ารอสัญญาณ Price Action ฝั่ง Buy ในโซนนี้หรือตามแนวเทรนด์ไลน์ และหาจังหวะเข้าออเดอร์ Buy เพื่อลุ้นให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีก
XAU/USD “ทองคำ เทียบกับ ดอลลาร์สหรัฐ”

การวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน
เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อ XAU/USD ในสัปดาห์นี้
ข้อมูลเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อทองคำ
- ดัชนี IFO Business Climate ของเยอรมนี (Germany IFO Business Climate) (24 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาดี อาจสะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปที่แข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือทองคำ (Bearish XAU/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งอาจหนุนราคาทองคำ (Bullish XAU/USD)
- ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ (U.S. New Home Sales) (25 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง อาจสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ (Bearish XAU/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และหนุนราคาทองคำ (Bullish XAU/USD)
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี (Germany CPI) (26 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูง อาจสะท้อนถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในยุโรป ซึ่งอาจเพิ่มความต้องการทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ (Bullish XAU/USD)
- ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ (U.S. Durable Goods Orders) (26 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง อาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ (Bearish XAU/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจสะท้อนถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง และช่วยหนุนราคาทองคำ (Bullish XAU/USD)
- ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (U.S. Initial Jobless Claims) (27 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาต่ำ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง อาจหนุนดอลลาร์และกดดันทองคำ (Bearish XAU/USD) หากตัวเลขออกมาสูง อาจสะท้อนถึงตลาดแรงงานที่อ่อนแอ และเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ (Bullish XAU/USD)
- ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน (Eurozone CPI) (27 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขเงินเฟ้อสูงกว่าคาด อาจเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนุนความต้องการทองคำ (Bullish XAU/USD)
- GDP ไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ (U.S. 4Q24 GDP) (28 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลข GDP ขยายตัวแข็งแกร่ง อาจทำให้ Fed มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งเป็นลบต่อทองคำ (Bearish XAU/USD) หาก GDP ต่ำกว่าคาด อาจเพิ่มโอกาสให้ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ (Bullish XAU/USD)
- ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ (U.S. Manufacturing PMI) (28 กุมภาพันธ์) : หากตัวเลขออกมาสูง อาจเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ (Bearish XAU/USD) หากตัวเลขออกมาต่ำ อาจสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และช่วยหนุนราคาทองคำ (Bullish XAU/USD)
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ราคากำลังพักตัวในกรอบ 2920-2960 และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อไป แนะนำให้เน้นฝั่ง Buy ใน TF เล็ก คาดว่าราคาอาจลงมาทดสอบแนวรับที่ 2920 อีกครั้ง หากราคาลงมาถึงโซนนี้ สามารถมองหาจังหวะ Buy ได้ หากมีสัญญาณ Price Action ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ควรเฝ้าระวังแรงขายที่อาจกดราคาลงไปถึง 2880-2860 ได้เช่นกัน
Disclaimer: บทความนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์จากโค้ชของสถาบัน RoboAcademy ไม่ได้เป็นการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด และการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน